หากพูดถึง “ยุค 90” หรือช่วงวัยเด็กในสมัยก่อน หลายคนคงนึกถึงความทรงจำเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ สนามดินหลังบ้าน และเพื่อนบ้านที่เป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ โลกในตอนนั้นยังไม่มีสมาร์ตโฟน อินเทอร์เน็ตก็ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น ชีวิตเด็ก ๆ ส่วนใหญ่จึงผูกพันอยู่กับการเล่นกลางแจ้งและการละเล่นพื้นบ้านที่สืบต่อกันมา
โดดยาง: เกมยอดฮิตในสนามโรงเรียน
“โดดยาง” คือกิจกรรมที่แทบทุกโรงเรียนในยุค 90 ต้องมี เพียงแค่ใช้หนังยางร้อยกันยาว ๆ แล้วให้เพื่อนสองคนจับปลายไว้ ส่วนอีกคนก็วิ่งโดดข้ามไปมา ระดับความสูงจะขยับจากข้อเท้า เข่า เอว จนถึงไหล่ ความสนุกอยู่ที่การท้าทายความสามารถของตัวเองและการส่งเสียงเชียร์เพื่อน ๆ รอบข้าง เด็กหญิงมักเล่นเป็นหลัก แต่ก็มีเด็กผู้ชายหลายคนที่แอบเข้ามาเล่นด้วย
ขายของ: การเล่นที่ฝึกการใช้ชีวิต
อีกหนึ่งความทรงจำคือ “การเล่นขายของ” เด็ก ๆ จะใช้ใบไม้ ฝักต้ม ฝาขวด หรือแม้แต่เศษพลาสติกมาแทนอาหาร เครื่องใช้ และเงินตรา บางคนถึงขั้นทำร้านเล็ก ๆ ด้วยกล่องกระดาษหรือถ้วยพลาสติกเหลือใช้ เกมนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสนุก แต่ยังฝึกทักษะการสื่อสาร การคิดเชิงสร้างสรรค์ และจินตนาการในการใช้ชีวิตจริง
พ่อแม่ลูก: การจำลองครอบครัว
เกม “พ่อแม่ลูก” เป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้บทบาททางสังคมอย่างง่าย ๆ โดยการแบ่งบทบาทเป็นพ่อ แม่ และลูก มักจะเล่นกันใต้ต้นไม้หรือในสนามหญ้า เด็ก ๆ จะเลียนแบบสิ่งที่เห็นจากบ้านตนเอง ทั้งการทำอาหาร (สมมุติ) การดูแลลูก หรือแม้แต่การดุเล่น ๆ บางครั้งเกมนี้ก็สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตครอบครัวไทยในยุคนั้นได้อย่างน่ารัก
ความสุขที่เรียบง่าย
ชีวิตเด็กไทยยุค 90 เต็มไปด้วยเกมการละเล่นที่ไม่ต้องลงทุนแพง ไม่ต้องมีเทคโนโลยีซับซ้อน แต่กลับสร้างความทรงจำที่ฝังลึกในใจ ทุกเกมล้วนเชื่อมโยงเด็ก ๆ เข้าหากัน เกิดเป็นมิตรภาพ การเรียนรู้ และความอบอุ่นที่ยังคงอยู่แม้จะเติบโตขึ้น
การเล่นโดดยาง ขายของ และพ่อแม่ลูก อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่แท้จริงแล้วคือภาพสะท้อนชีวิตวัยเด็กไทยยุค 90 ที่เรียบง่าย อบอุ่น และเต็มไปด้วยความสุข ความทรงจำเหล่านี้ยังคงมีคุณค่าและทำให้ใครหลายคนหวนคิดถึงวันเก่า ๆ ที่ไม่มีวันหวนกลับมา


